กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่  วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก ได้จัดสรรพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์พันธุพืช ประเภท ไผ่  จำนวน 2,964 ตารางเมตร   โดยปลูกไผ่ จำนวน 9 ชนิด ดังนี้

1.  ไผ่รวก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thyrsostachys siamensis Gamble

ชื่อวงศ์ : Gramineae

ชื่อสามัญ : -

ชื่อพื้นเมือง : ตีโย รวก ว่าบอบอ แวบ้าง แวปั่ง ฮวก สะลอม

      ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : พืชล้มลุกอายุหลายปี  เป็นไม้พุ่มเป็นกอ  ลำต้นตั้งตรง กลม  เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2- 5 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา  ไม่มีหนาม  เนื้อเเข็ง   มีช้อปล้องชัดเจนแต่ละปล้องจะยาว15-30 เซนติเมตร มีเหง้าใต้ดินสั้น ไม่ทอดขนานไปทางระดับ

        ใบ (Foliage) ใบเดี่ยว   เรียงสลับ 2 แถว   ใบรูปหอก  กว้าง 0.6-1.2 เซนติเมตร   ยาว 8-14 เซนติเมตร ปลายใบแหลม  โคนใบมน ขอบใบเรียบคม  ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ
3 - 5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายกาบตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ

         การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ปลูกประดับสวนเป็นฉากหลัง กันลม ลำต้นและกอเป็นระเบียบสวยงาม มีใบเล็กและพลิ้วลม เปลาตรง ไม่มีหนาม ผิวต้นสดเขียวแก่ เมื่อแห้งสีเหลือง   ต้องคอยตัดแต่งทรงพุ่มให้มีขนาดตามที่ต้องการ

            ประโยชน์ : ไม้ไผ่ใช้ ทำรั้ว ทำคันเบ็ด ทำเครื่องจักสาน เครื่องมือกสิกรรมบางอย่าง โป๊ะน้ำตื้น หน่อ กินได้
แก้ริดสีดวงทวารหนัก บำรุงร่างกาย ตา ใบ ขับฟอกล้างโลหิตระดูที่เสีย

 

2. ไผ่ไร่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gigantochloa albociliata (Munro) Munro

ชื่อวงศ์ : Poaceae

ชื่อสามัญ : -

            ชื่อพื้นเมือง : ไม้ไร่(เมี่ยน)

         ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :ไผ่ ไร่เป็นไผ่ใบเขียวตลอดปีถ้าอยู่ในป่าดงดิบ และทิ้งใบเมื่ออยู่ป่าเบญจพรรณ ลำต้นแน่นเป็นกอ ลำสีเขียวแกมเทาและโค้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-3.0 ซม. ข้อนูนเห็นได้ชัด ปล้องยาวได้ 15-40 ซม. มีขนสั้นมั่งทั้งปล้อง ลำหนา 0.5-1.0 ซม. กิ่งเรียวยาว

             ใบ (Foliage) : ใบ รูปแถบ ขนาดกว้าง 2.0-2.5 ซม. และยาว 15-20 ซม. ท้องใบไม่มีขน หลังใบสากและคาย กระจังใบค่อนข้าวยาว มีขนยาว กาบหุ้มใบเรียบ มีขนแข็ง ปลายตัด กาบหุ้มลำเมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาลคลุมแน่น แก่จะร่วงหลุดไป ปลายกาบเรียบ ขอบล่างจะโค้งงอเข้า ครีบกลีบเล็กและโค้ง กระจังกาบยาว ขอบหยักปลายตัด ใบยอดกาบยาว รูปหอก ปลายเรียวแหลม โคนกว้างกลม และอาจมีปีกออกด้วย หน่อมีขนาดเล็ก

                ประโยชน์หน่ออ่อน หั่นเป็นแผ่นบางๆใช้ทำหน่อไม้ดอง(เมี่ยน)

 

3.  ไผ่ซาง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees

ชื่อวงศ์ : Poaceae

ชื่อสามัญ : ซาง, ไผ่ซาง

            ชื่อพื้นเมือง : ไม้ซาง(คนเมือง), ครั่งเปร้า(ปะหล่อง), ลำซาง(ลั้วะ), เพ้าเบี่ยง(เมี่ยน)

         ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :เป็น ไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งเเขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อประมาณ 5-8 มม. ปล้องยายประมาณ 15-50 ซม.เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีไม้ผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,5-10 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนเเข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่เเห้งเเล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มีกระจังกาบเเคบ หยัก

             ใบ (Foliage) : ยอด กาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ียมเเคบๆใบปลายใบเรียวเเหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง1-2ซม. ลักษณะใบมีขนอ่อนเเน่นเส้นลายใบมี2-6 เส้น เล้นลายใบย่อยมี 5-7เส้น

                ประโยชน์ :     - หน่ออ่อน ประกอบอาหารเช่น แกงหน่อไม้(เมี่ยน,ปะหล่อง)

                                 - เนื้อไม้ ใช้เป็นโครงสร้างต่างๆ ของบ้าน เช่น ฟาก ฝาบ้าน(ลั้วะ) เนื้อไม้ นำไปจักสานและใช้เป็นโครงสร้างต่างๆ ของบ้าน เช่น ฟาก ฝาบ้าน(ปะหล่อง)

                                      - ปล้อง นำมาผ่าครึ่งซีกแล้วใช้ทำเป็นรางน้ำให้ไก่กิน(คนเมือง)

 

 

4.  ไผ่เลี้ยง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa multiplex (Lour.) Raeusch.

ชื่อวงศ์ : Gramineae

ชื่อสามัญ : Hedge bamboo

            ชื่อพื้นเมือง : ไผ่สร้าง ไผ่เชียงไพร ไผ่สร้างไพร เพ็ก

         ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :พืช ล้มลุกอายุหลายปี  เป็นไม้พุ่มเป็นกอ  ลำต้นตั้งตรง กลม  เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 1- 4.5 เซนติเมตร  ผิวเกลี้ยง  สีเขียว ไม่มีหนาม เนื้อเเข็ง มีช้อปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 20- 30 เซนติเมตร  มีเหง้าใต้ดินสั้น ไม่ทอดขนานไปทางระดับ

             ใบ (Foliage) : ใบ เดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว ใบรูปหอก กว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร ยาว 2.5-15 เซนติเมตร  ปลายใบแหลม  โคนใบสอบ ขอบใบเรียบคม  แผ่นใบสีเขียว  มีกาบหุ้มลำต้น หนาแช็งไม่แนบชิดลำต้นหลุดร่วงไปเมื่อแก่ ยอดกาบหนาแข็งมักมีขนคายทางด้านในมีติ่งกาบเห็นชัดเจน ตอนปลายกาบตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ

            การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ทรงพุ่มสวย  ปลูกเป็นฉากหลัง  บังสายตา  เป็นแนวรั้ว กันลมปลูกตามแนวทางเดินหรือถนนขนาดเล็กในสวนสาธารณะหรือรีสอร์ท

                ประโยชน์ใช้ ทำกระดาษ ทำเครื่องจักสานทำบันได โป๊ะ แม่บันได และทำเฟอร์นิเจอร์ หน่อนำมาปรุงอาหารได้หลายวิธี เช่น นำมาแกง ต้ม ผัดและดองใส่น้ำพริก ยำหน่อไม้ ลำต้นเรียวเหมาะสำหรับทำคันเบ็ดได้

 

5.  ไผ่เหลือง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa vulgaris   Schrad. ex H. Wendl. var.vulgaris

ชื่อวงศ์ : Gramineae

ชื่อสามัญ : Common Bamboo , Golden Bamboo

            ชื่อพื้นเมือง : ไผ่เหลือง (ภาคเหนือ) ; ไผ่หลวง (กรุงเทพ); จันคำ,ไผ่จีน , ไผ่รีไช (เขมร)

         ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :ลำต้นมีสีเหลือง และแถบเขียวริ้วตามความยาวของปล้อง ผิวเกลี้ยง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 - 12 เซนติเมตร ปล้องยาวประมาณ 20 25 เซนติเมตร หน่ออ่อนมีสีเหลืองอ่อน

             ใบ (Foliage) : ยอดกาบจะมีฐานกว้าง ยอดแหลมและสั้น

          ดอก : มีการพัฒนาการออกดอกเป็นลำหมุนเวียนกันไปทุกปีไผ่ชนิดนี้ไม่ตายภายหลังการออกดอก

             ประโยชน์นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีราคาแพง แต่ก็ยังนำมา ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน และเครื่องใช้อื่นๆ ด้วย เช่น เก้าอี้ โต๊ะ แคร่นอน

 

 

6.  ไผ่ป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa Bambos (L.X Voss )

ชื่อวงศ์ : Gramineae

ชื่อสามัญ : Common Bamboo , Golden Bamboo

ชื่อพื้นเมือง : ไผ่ป่า

          ลักษณะทั่วไป (Characteristic) :เป็น ไผ่ขนาดใหญ่ กอแน่น มีหนาม และมีแขนงรกแน่น โดยเฉพาะตรงบริเวณโคนลำ สูงประมาณ 10-24 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-18 ซม. ปล้องยาวประมาณ 20-40 ซม. เนื้อหนา 1-5 ซม. ลำอ่อนมีสีเขียว ลำแก่จะมีสีเขียวเหลือง ข้อมีลักษณะบวมเล็กน้อย รูกระบอกเล็ก กาบหุ้มลำลักษณะแข็งเหมือนหนัง ร่วงหลุดได้ง่าย ยาว 30-40 ซม. กว้าง 20-30 ซม. ตอนปลายกลม ขอบเรียบและมีขนสีทอง ลำใหญ่กว้าง กระจับกาบหุ้มลำแคบ ใบยอดกาบเป็นรูปสามเหลี่ยม

             ใบ (Foliage) : ปลาย ใบเรียวแหลม โคนใบป้านหรือเกือบกลม ท้องใบมีขน เส้นกลางใบข้างบนแบน ก้านใบสั้น 0.5 ซม. ครีบใบเล็ก ขอบใบมีหนามเล็ก ๆ กาบใบแคบไม่มีขนนอกจากตามขอบอาจจะมีขนอ่อน

         ดอก : จะออกดอกเป็นกลุ่ม(Gregariour flowering)ไม้ไผ่ที่ออกดอกประเภทนี้ จะออกดอกพร้อมๆกัน   ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

        ประโยชน์ผลผลิตจากไผ่ที่สำคัญคือ หน่อไม้ ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของคนไทย นิยมทานกันมากในเกือบทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน นอกจากนี้ไม้ไผ่ยังมีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้านความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหนือ กว่าวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด ดังนั้นจึงยังได้รับความนิยมในการทำเครื่องมือเครื่องใช้หลายประเภท ใช้ชะลอน้ำที่เข้าป่าชายเลน นั่งร้านก่อสร้างและบันได เป็นต้น  ลำต้นใช้ทำนั่งร้านสำหรับก่อสร้างหรือทาสี ใช้ทำบันไดขึ้นต้นตาล ปลูกเป็นแนวกันลม และปลูกเพื่อป้องกันริมฝั่งน้ำ หน่อมีการแปรรูปเป็นหน่อไม้ดอง

 

7.  ไผ่ตง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrocalamus asper (Schultes f.) Backer ex Heyne

ชื่อวงศ์ : POACEAE

ชื่อสามัญ : Rough Giant Bamboo

ชื่อพื้นเมือง : ไผ่ตง

           ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : เป็นไผ่ประเภทเหง้ามีกอขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร ลำตรงอัดกันเป็นกอค่อนข้างแน่น ปลายลำโค้งถึงห้อยลง เส้นผ่านศูนย์กลางลำ 10-20 เซนติเมตร ปล้องยาว 20-50 เซนติเมตร เนื้อลำหนา 1-3.5 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ปล้องบนมีขนสีขาวหรือสีเทาปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องล่างยังมีขนปกคลุมหนาแน่นและมักมีรากอากาศจำนวน มากออกตามข้อ แตกกิ่งต่ำหรือตั้งแต่กลางลำต้นขึ้นไป มีข้อลำ 3-5 กิ่ง กิ่งเด่นหนึ่งกิ่งอยู่ตรงกลาง กิ่งที่เหลือขนาดไล่เลี่ยกันมักมีรากอากาศที่กิ่ง

       ใบ (Foliage) : ใบเป็นรูปแถบแกมรูปใบหอกมีขนาด กว้าง 1.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 15-30 เซนติเมตร กาบหุ้มลำมีสีน้ำตาลอมม่วงหรือสีน้ำตาลจนถึงสีเขียวอ่อน กาบของหน่ออ่อนหรือกาบล่างๆของลำปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนกาบของหน่อบินหรือปล้องบนๆของลำมักมีขนสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีเทา ใบยอดกาบรูปใบหอก สีน้ำตาลอมม่วงจนถึงสีเขียวอมม่วง กางออกถึงพับลง หูกาบเป็นพูเด่น ขอบและด้านในมีขนแข็งและยาวปกคลุม ลิ้นกาบเป็นแถบสูงประมาณ 1 เซนติเมตร ขอบจักไม่สม่ำเสมอและมีขน

         ประโยชน์ลำใช้ก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์และเครื่องจักสาน และนิยมนำหน่อมาบริโภค

ไผ่ตงมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์

1. ไผ่ตงหนู บางครั้งเรียกไผ่ตงเล็ก เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 3-6 เซนติเมตร ส่วนใหญ่แล้วมีความนิยมในการปลูกน้อยเนื่องจากให้ผลผลิตที่ต่ำกว่าสายพันธุ์ อื่น แต่ในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดลำปางและเชียงใหม่ จะให้ผลผลิตค่อนข้างดี

2. ไผ่ตงเขียว เป็นไผ่ตงที่มีลำต้นขนาดเล็กและสั้น ลำต้นมีสีเขียวตามชื่อแต่มีเนื้อไม้ที่บาง เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 5-12 เซนติเมตร ใบบางสีเขียวเข้ม มีขนาดปานกลางไม่สากมือ ส่วนหน่อของสายพันธุ์นี้จะมีเนื้อสีขาวแกมเหลือง รสชาติหวานอมขมเล็กน้อย สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีจึงเป็นที่นิยมปลูกกัน มากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

3. ไผ่ตงดำ หรือตงหวาน มีลำต้นสีเขียวอมดำตามชื่อเรียก สายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่รองลงมาจากไผ่ตงหม้อแต่มีลำต้นที่เตี้ยและสั้นกว่า เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 9-12 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้มหนาและมีขนาดใหญ่สังเกตเห็นร่องใบได้ชัดเจน ไผ่ตงดำได้ชื่อว่าเป็นไผ่ตงที่เป็นหนึ่งในเรื่องหน่อไม้เพราะ หน่อของสายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ไม่มีเสี้ยน รสชาติหวาน เนื้อกรอบและขาวละเอียด ดังนั้นหน่อไม้ของสายพันธุ์นี้จึงเป็นที่นิยมในการปลูกและนำมาบริโภคหรือค้า ขายค่อนข้างมาก

4. ไผ่ตงหม้อ หรือตงใหญ่ ไผ่ตงสายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 4 สายพันธุ์ มีลำต้นที่ยาวและสูง เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 12-18 เซนติเมตร ส่วนใบมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ลำต้นสูงโปร่งเนื่องแตกกิ่งน้อย หน่อมีขนาดใหญ่มากมีสีน้ำตาลอมดำหรือน้ำตาลอมม่วง น้ำหนักหน่อประมาณ 5 กิโลกรัมขี้นไป เนื้อหน่อจะหยาบ แข็ง และมีสีขาว หน่อจะออกมากในช่วงฤดู

 

8.  ไผ่สีสุก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa blumeana   Schult.f.

ชื่อวงศ์ : GRAMINEAE-BAMBUSOIDEAE

ชื่อสามัญ : -

ชื่อพื้นเมือง : ไผ่สีสุก สีสุก , ไผ่เปาะ (เหนือ) ไผ่โปก ไผ่หวาน (เชียงใหม่) ว่ามีบอ (แม่อ่องสอน)

           ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : เป็นไม้ไผ่ประเภทมีหนาม ลำต้นสูง 10 - 18 เมตร แข็ง ผิวเรียบเป็นมัน ข้อไม่พอง กิ่งมากแตกตั้งฉากกับลำต้น หนามโค้งออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 3 อัน อันกลางยาวลำมีรูเล็กเนื้อหนาใบมีจำนวน 5 - 6 ใบ ที่ปลายกิ่ง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มกว้าง ๆ หรือตัดตรง ใต้ใบมีสีเขียวอมเหลือง เส้นลายใบมี 5 - 9 คู่ ก้านใบสั้น ขอบใบสาก  คลีบใบเล็กมีขนดอก เป็นช่อมีกาบหุ้มเหมือนหญ้าเมล็ด มีขนาดเล็กคล้ายเมล็ดข้าวสาร

           ประโยชน์เนื้อไม้หนาแข็งแรง ใช้สร้างบ้านในชนบทได้ทนทานโบราณใช้น้ำต้มรากช่วยลดอาการปวดข้อ

 

9. ไผ่น้ำเต้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bambusa ventricosa McClure.

ชื่อวงศ์ : Gramineae

ชื่อสามัญ : Buddha's belly bamboo

ชื่อพื้นเมือง : -

           ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : พืชล้มลุกอายุหลายปี  เป็นไม้พุ่มเป็นกอ  ลำต้นตั้งตรง  กลม  เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 3- 5.5 เซนติเมตร สูง 2-3 เมตร ผิวเกลี้ยง ต้นอ่อนสีเขียวอ่อน ต้นแก่สีเขียวอมเหลืองไม่มีหนาม เนื้อเเข็ง มีช้อปล้องชัดเจน และค่อนข้างถี่ มีเหง้าใต้ดินสั้น ไม่ทอดขนานไปทางระดับ

           ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว   เรียงสลับ 2 แถว   ใบรูปหอก    กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร    ยาว 8-20 เซนติเมตร  ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบเป็นมัน สีเขียว ผิวใบด้านล่างหยาบ กาบหุ้ม  ลำต้นหนาแช็ง ไม่แนบชิดลำต้น หลุดร่วงไปเมื่อแก่   ยอดกาบหนาแข็งมักมีขนคาย   ทางด้านในมีติ่งกาบเห็นชัดเจน ตอนปลายกาบตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ

          การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ทรงพุ่มสวย ปลูกเป็นจุดเด่นตามมุมอาคาร ริมศาลา  หรือเป็นฉากหลัง บังสายตา ใช้ประดับสวน ควรตัดกิ่งโคนต้นให้เห็นลำชัดเจน ทนน้ำท่วมขัง

         ประโยชน์หน่อสามารถนำมาทำอาหารรับประทานได้ ใบ นำมาปรุงเป็นยาขับฟอกโลหิต ระดูที่เสีย